5 สื่งสำคัญที่ต้องรู้ ก่อน เสริมจมูก หรือ แก้จมูก

++ เจ็บมาจากไหน…ให้เราดูแล ++ …ไม่บังเอิญที่เรามาเจอกัน…
5 สื่งสำคัญที่ต้องรู้ ก่อนเสริมจมูก(หรือ แก้จมูก)
 เพราะการเสริมจมูก …ไม่ใช่การซื้อซิลิโคน
 มิติใหม่แห่งการทำศัลยกรรมเสริมจมูก
 เสริมจมูกสวยเนียน แลดูเป็นธรรมชาติสุดๆ
#SignatureNosebyDrTook #DmorClinic /// โชคดีแท้…ถ้าอ่านได้จบ ///

++ เจ็บมาจากไหน…ให้เราดูแล ++ …ไม่บังเอิญที่เรามาเจอกัน…
 เพราะการเสริมจมูก…ไม่ใช่การซื้อซิลิโคน
 มิติใหม่แห่งการทำศัลยกรรมเสริมจมูก
 เสริมจมูกสวยเนียน แลดูเป็นธรรมชาติสุดๆ
.
อยากเสริมจมูก เพื่อเพิ่มความมั่นใจ แต่จะดูยังไงให้”ดีๆ”ละ ว่าเราจะทำจะเสริมจมูกกับคุณหมอไหนดี ที่ไหนดี ที่เสริมจมูกแล้ว จะมั่นใจมากขึ้นได้จริงๆ
.
… จัดให้นะคะ มี 5 เรื่องใหญ่ๆ ที่เราเอาไว้พิจารณากันนะคะ

เพราะการเสริมจมูก ไม่ใช่การซื้อซิลิโคน
…ก่อนอื่นเลย ต้องเข้าใจก่อนว่า การเสริมจมูก ไม่ใช่แค่การเลือกทรงซิลิโคน แล้วเอาเข้าไปวางในจมูกเรา ให้เป็นทรงนั้นนี้ ตามทรงซิลิโคนได้นะคะ
… เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ข้อจำกัดทางกายภาพของเนื้อจมูกเรา และ พื้นฐานเดิมของทรงจมูกเรานั่นเอง
… สัจธรรม ที่เรารู้กันอยู่แล้ว ก็คือ การทำอะไรฝืนธรรมชาติจนเกินไป ก็จะอยู่ได้ไม่นาน ไม่จีรัง

ยังไง สวยชั่วคราว ก็ไม่ดีไปกว่า สวยค้างคืน เอ้ย สวยยั่งยืน อยู่แล้วใช่มั้ยนะคะ
.
#ไม่บังเอิญที่เราเจอกัน #ความไว้ใจที่คุณตามหา
ดีมอร์ คลินิก

 เสริมจมูกแบบไหน..ให้ดูดี..ดูเนียน.. และสบายใจได้จริงๆ
 สวยก็อยากสวย แต่ไม่อยากให้หน้าดูศัลยกรรมจนเกินไป…
 เพื่อนเราศัลย์มา..สวยนะ แต่หน้าไปทาง จมูกไปทาง
 เพื่อนเราเสริมจมูกมาแรกๆ สวยจัดๆ แต่นานไป…จัดว่าไม่สวย

5 สื่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเสริมจมูกและก่อนแก้จมูก

1. เทคนิคการวางซิลิโคน มี 2 แบบ

 1. เทคนิคการวางซิลิโคน มี 2 แบบ
.
 1.1) แบบวาง “บน” เยื่อหุ้มกระดูกจมูก
 1.2) แบบวาง “ใต้” เยื่อหุ้มกระดูกจมูก
.
ในปัจจุบันนี้ จะมีเทคนิคการวางซิลิโคน ที่แพทย์ใช้กันอยู่ 2 แบบนะคะ มาติดตามดูข้อดี ข้อเปรียบเทียบกันนะคะ

? 1.1) แบบวาง “บน” เยื่อหุ้มกระดูกจมูก
สวยเร็ว เห็นทรงเร็ว ไม่บวมช้ำนาน เพื่อนเห็นเพื่อนทัก ว่าทำจมูก เสริมจมูกมาหรือป่าว แรกๆ ยืดเลย สวย เริ่ด เชิด ตั้งแต่เอาหมวกผ่าตัดคลุมผมออกกันเลยทีเดียว แต่ๆๆ…ทำไม 2-3 เดือนผ่านไป ถึงแปลกๆ รอดมาได้ถึง 7-8 เดือนนี่ถือว่าเก่งแล้ว บางคนเจออาการ เบี้ยว เอียง ใกล้ทะลุ ซิลิโคนไม่ติด (เจอบางคนบอกว่า นี่แหละ นิ่มบิดได้!!!)
.
วิธีแก้ปัญหาของแพทย์บางท่านที่ทำเทคนิคนี้ อย่างเช่น เจาะรู ซิลิโคน ให้ผังผืดที่เกิดบนชั้นเยื่อหุ้มกระดูก
มาช่วยกันยึด กันเหนี่ยวไว้ อีกแรง…แต่กลับกลายเป็น เวลาเกิดปัญหาขึ้นมาภายหลังทำให้แก้ไขยากมากขึ้นไปอีก
.
บางท่านเจอแบบนี้มา แล้วไปแก้กับแพทย์ท่านเดิม ก็เจอวางซิลิโคนชั้นเดิมอีก ติด”เทป”ล็อกไว้ หนาๆ เยอะๆ เข้าเฝือกหนาเตอะ แทบจะเป็นมัมมี่กันเลย เกิดอะไรขึ้นละทีนี้ … ผังผืดเยอะกว่าเดิมอีก จมูกเริ่มหดรั้ง เสียทรง
.
เปลี่ยนๆๆ..เปลี่ยนหมอดีกว่า เปลี่ยนที่แก้ดีกว่า … รีวิวที่นี่ ที่นั่น สวยดี ไปอีก…เอ๋าาาา!! เจอวางชั้นเดิมอีก บางทีทรงดีขึ้น แต่ซักพัก เหมือนเดิม เลือกดีแล้ว ทำไมยังเป็นแบบเดิมอีก แก้มาจนจะออกรถได้3คันแล้วเนี้ย…เฮ้ออ…..
.
*** เหตุผล คือ วางซิลิโคน บน เยื่อหุ้ม นี่แหละ *** เรื่องนี้ ไม่ค่อยมีใครได้ศึกษา หรือมีที่ไหนให้ข้อมูลเลย
*** รักนะ แต่ไม่แสดงออก *** แต่เราพร้อมให้เต็มที่คะ
.
ถ้าเราวางซิลิโคนชั้นบนเยื่อหุ้ม การต่อต้านจากร่างกายจะมีมากกว่า เพราะปกติ เนื้อจมูก คาดหวัง จะเจอกับเยื่อหุ้มทุกวัน อยู่ๆ…ทำไมเธอเปลี่ยนไป...กลายเป็นซิลิโคนรับไม่ได้…เสียใจ…สร้างผังผืดครอบซิลิโคนมันซะเลย
.
นานวันไป ผังผืดนี่แหละ ที่เป็นตัวการทำให้ปัญหาต่างๆตามมา จากการหดรั้งมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เช่น เบี้ยว เอียง ทะลุ เป็นต้น
.
ซิลิโคนในการเสริมจมูกนั้น ถูกออกแบบมาให้ใกล้เคียงกระดูก ไม่ใช่ใกล้เคียง เนื้อจมูก ถ้าวางชั้นบน ที่ติดกับเนื้อจมูก เลยมีโอกาสเกิดปัญหาได้มากกว่า
.
ดังนั้น การวางซิลิโคนไม่ถูกชั้น ไม่ว่าจะใช้ซิลิโคนเกรดดีแค่ไหนก็ตาม ….. ผังผืดเพียบจ้าาาาา …..

? 1.2) วางซิลิโคน “ใต้” เยื่อหุ้มกระดูกจมูก
*** ลดโอกาส การเบี้ยว เอียง ได้ดีกว่าแบบแรก (ที่บอกว่าลดโอกาส เพราะการเบี้ยว เอียง ทะลุ ยังต้องขึ้นอยู่กับการเหลาซิลิโคน ให้พอเหมาะพอดี กับเนื้อจมูกและแกนจมูกเราด้วยนะคะ) ตอนเนื้อจมูกรัดแกน เข้าที่แล้ว ช่วง 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นไป จะแลดูเนียนเป็นธรรมชาติมากกว่าแบบแรก ที่ดูเป็นสันเป็นแท่งมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป
.
แต่ๆๆ..สวยช้า บวมเยอะ บวมนานกว่าเช่นกัน รอเยื่อหุ้มกับเนื้อจมูกรัดแกนกลับไปนานกว่า
.
แรกๆ มันบวม…ดูๆไปแล้วมีเสน่ห์ เหลือเกิน … ไม่ต้องทำเขิล จมูกเอียงแน่ๆ …แต่จริงๆ คือบวมอยู่ ดูเผินๆ เหมือนเบี้ยว เหมือนเอียง จำไว้ว่า *ต้องดูที่แกนซิลิโคน อย่างเดียว ต้องดูเงาแกนซิลิโคนให้เป็น จะได้ไม่นอยด์ เวลาเพื่อนทัก
.
ไปถามคุณหมอที่ทำ เค้าจะบอกมั้ย … บอกเลยว่า … บอก … บอกว่า วาง “ใต้” อยู่แล้วววววววว!!! (แล้ว ยาวมากกกกกกกกก) แต่ทำไม มีปัญหาเดียวกันกับแบบแรกเลยละงั้น….เหตุผล คือ

– แพทย์ท่านนั้น ไม่ได้วางใต้เยื่อหุ้มจริง
– หรือ เหลาซิลิโคน* ไม่แนบกับโครงจมูกเดิม ทำให้พอรัดแกน แล้วมีโอกาส เบี้ยว เอียง ได้เช่นกัน
.
แต่ถ้า เหลาซิลิโคน ได้อย่างดีแล้ว + ร่วมกับการวางซิลิโคน “ใต้” เยื่อหุ้มกระดูก ก็จะช่วยให้ ตัวซิลิโคนที่เสริมเข้าไป
ถูก.ล็อก.ให้อยู่กับที่ ไม่ดุ๊กดิ๊ก ไปมา (นิ่มบิดได้ ของจริง ต้องบิดได้เฉพาะปลายนะจ๊ะ) ไม่ใช่ตรงหัวตา ก็บิดได้             .

ปล. ช่วง1ปีแรก หลังจากที่เสริมจมูกไป แนะนำว่าอย่าเพิ่งไปบิดจมูก บิดซิลิโคน เพื่อตรวจสอบกันนะคะ เพราะรัด..ต้องใช้เวลา ต้องรอให้เยื่อหุ้มรัดแกน รัดซิลิโคน กลับเข้ามาก่อนนะคะ *** ที่สำคัญ..ถ้าจมูกเรา ได้รับการเสริมด้วยการวางใต้เยื่อหุ้ม + การเหลาซิลิโคนที่พอเหมาะพอดีแล้วละก็ จมูกเราจะแลดูแนบเนียนสนิท แลดูเป็นธรรมชาติสุดๆ กันเลยทีเดียว
.
…ซิลิโคนเกรดดีๆ จะใกล้เคียงกระดูกจมูกคนมากกว่า แบบเกรดไม่ดี ซึ่งถ้าเราใช้ ซิลิโคนเกรดการแพทย์ แบบเกรดที่ใกล้เคียงกระดูกจมูกมากเท่าไร ยิ่งทำให้เกิดการต่อต้าน และ สร้างผังผืดน้อยลงเท่านั้น ..แต่ถ้า ใช้ซิลิโคนที่เกรดไม่ดี ถึงวางซิลิโคนชั้นใต้เยื่อหุ้ม ก็ยังเกิดการต่อต้านจากร่างกาย สร้างผังผืดได้เช่นกัน

2. การเหลา เหลา เหลา ซิลิโคน

? 2. การเหลา เหลา เหลา ซิลิโคน
สำคัญสุดๆ ผุดๆ ฝุดๆ ทรูๆ จริงๆ ความละเอียด ความตั้งใจ ความใส่ใจ และ ความเก่ง ของศัลยแพทย์ วัดกันตรงนี้เลย
*** เสริมจมูกไม่ใช่แค่ การซื้อ ซิลิโคน ***แค่เอาซิลิโคน ทรงนั้น ทรงนี้ ใส่ไป ให้มีดั้งสูงขึ้นมา หญิงว่า หญิงไม่โอเครร..
.
เสริมจมูกทั้งที ต้องมีศิลปะ ทรงตลาด ทรงในฝัน กับ ความเป็นจริง …ขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมล้วนๆ พื้นฐานดี ทรงจมูกตรงดี เนื้อจมูกตรงส่วนปลายพอมี พอยกขึ้นได้ ให้สามารถแต่งทรงได้ อันนี้เรียกว่า เตรียมตัวไปต่อได้??? คำถาม แล้ว ทำไมดาราไทย ดาราเกาหลี ทำมาสวยจัง  +++ คำตอบ ไปดูรูปก่อนทำเค้ากันนะคะ พื้นฐานเดิมดีมาทุกคน
(ปล. ไม่รวมเคส รื้อปรับโครงสร้าง (Re-Construction) แบบแนว let อิน อิน อะไรนั่นนะ)
.
ถ้าคนไหนพื้นฐานไม่ดีมาก่อน … ก็งานใหญ่กว่าเสริมจมูกแล้ว เค้าเรียกว่างาน รื้อปรับโครงสร้าง (Re-Construction) ก่อนเสริมหรือการใช้เทคนิค Open เพิ่มเติม เพื่อช่วยปรับแต่งพื้นฐานเดิมนะคะ
.
ส่วนที่สำคัญสุดๆ คือ การเหลาซิลิโคน* ให้แนบไปกับกระดูกเดิม ยิ่งทำได้ดีเท่าไร … ในระยะยาว เมื่อเนื้อจมูกรัดแกน ก็ยังมั่นใจได้ …ถ้าเกิด พื้นฐานเดิม มีปุ่มกระดูก ที่กระดูกจมูก หรือ จมูกเอียงบ้าง มีไม่เท่ากันซ้ายขวา แล้วเหลาซิลิโคนได้ละเอียดมากพอ ก็จะช่วยลดโอกาส เบี้ยว เอียง ได้ในระยะยาวเช่นกัน
.
แล้วจะดูว่า แพทย์คนไหน เหลาเนี๊ยบ ไม่เนี๊ยบ ดูยังไงได้บ้าง มุมนี้ จมูกดูแพง ไม่แพง ดูที่ความเป็นธรรมชาติ เลยนะคะ ถ้าเหลาไม่เนี๊ยบ ยิ่งนานวันรัดแกนมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเห็นแกนซิลิโคนชัดขึ้น ชัดขึ้น ประมาณ น้ำลด ตอผุด แบบนั้นเลยนะคะ
.
งานเหลานี้ เป็นงานละเอียดมากๆ ใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว และจริงๆแล้ว มีเทคนิคการเหลาของแพทย์ด้วยที่ต่างกัน …บางคนเหลาครอบ …บางคนเหลาวางแนบกระดูก แค่ 2 แบบนี้ ก็ใช้เวลาต่างกันเยอะแล้วนะคะ แต่จากประสบการณ์ การเหลาแบบแนบ จะใช้เวลามากกว่า แต่ก็ให้ความเนียนเป็นธรรมชาติมากกว่านะคะ (ลองจินตนาการดู ระหว่าง มุ้งครอบเด็ก กับ ผ้าห่ม ก็ได้นะคะ)
.
เพราะฉะนั้น เล็งให้ดี ว่าแพทย์ที่คุณเลือก เหลาแบบไหนกันนะคะ **** เหลา ก็ต้อง เหลา ให้กริ๊บ กริ๊บ นะจ้ะ **** ### งานละเอียด งานประณีต ต้องมา ###

3. เกรดซิลิโคน ไม่ใช่ ทรงซิลิโคน

? 3. เกรดซิลิโคน ไม่ใช่ ทรงซิลิโคน
… คนส่วนใหญ่ และส่วนโค..ตรใหญ่ เลย ชอบดูที่ทรงซิลิโคน เวลาที่คิดจะ เสริมจมูกหรือแก้จมูก กัน มาถึง inbox .. ถามเลย คนนี้ทรงอะไรคะ ไม่แปลก… เพราะหลายๆ ที่ โฆษณาทรงซิลิโคนเป็นหลัก บางที่ เอาซิลิโคนเก่าๆ มาวางเทียบของใหม่ ที่ยังไม่เหลา บางที่ ตั้งชื่อทรงจมูก เก๋ๆ กิ๊บๆ ดูฟรุ้ง ฟริ้ง เพื่อเรียกความสนใจ บางที่ ให้ดูว่า ซิลิโคนตัวเอง ส๊วย สวย…  … คนที่รู้ ก็ฮากันไป … คนไม่รู้ ก็เฮกันไป ไปทำมาเสร็จ … หุบกันไป เก็บเงินกันใหม่ … หาที่แก้
เป็นวัฏจักร มติชน เดลินิวส์ ไทยรัฐ                                                                                                                                      .
… เกรดซิลิโคน อย่างแรก เลยนะคะ ต้องเป็น Medical Grade คือ เกรดที่ใช้ทางการแพทย์ เท่านั้น และ ปัจจุบัน เกรดที่ปลอดภัยในระยะยาวกับร่างกายเรามากสุด คือ Implant Grade นะคะ ซึ่งหาคลินิกที่ใช้เกรดนี้ ค่อนข้างยากนิดนึง เพราะต้นทุนสูงกว่ามากๆ
.
ต้องเข้าใจก่อนว่า ตัวซิลิโคนไม่ใช่แบบเดียวกับที่ใช้ทำเคสหุ้ม iPhone นะคะ เกรดนี้ เค้าจะมีวัตถุดิบ จากหลายประเทศ เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น … แล้วต่างกันยังไง มาจากประเทศไหน ก็ผ่าน อย. ประเทศนั้นมา
เราก็เลือกเอาเอง ว่าไว้ใจ อย. ประเทศไหนมากสุด อย. ประเทศไหนเข้มสุดความยืดหยุ่น ความนิ่ม ก็จะค่อนข้างต่าง กันไป ส่วนใหญ่แล้ว ของอเมริกา จะผลิตมาให้มีความแข็ง และยืดหยุ่น ใกล้เคียงกระดูกจมูกคนมากกว่าเพื่อน … ก็ต้องดูกันว่า แหล่งที่มาของซิลิโคน เป็นตามที่บอกจริงมั้ย เพราะเดี๋ยวนี้ มีหลายแหล่งมากๆ ศัลยแพทย์ ต้องดูดีๆ เลือกที่ไว้ใจได้ ยิ่งถ้าศัลยแพทย์เป็นเจ้าของคลินิกเอง ยิ่งต้องเลือกแบบที่มั่นใจในระยะยาวๆได้ จะดีกว่า
.
ส่วนตัวเรา จะแค่ไปจับๆ ลูบๆ ตัวซิลิโคน ตามที่เค้าเอามาให้จับไม่พอนะคะ ต้องชัวร์จริงๆ ว่า ซิลิโคนที่ใช้กับเรา เป็นแบบไหน มาจากไหน และ เวลาผ่า ใช้แบบนี้ด้วยจริงๆ หรือไม่
.
ยิ่งที่ไหนมีซิลิโคนมาให้เลือกเยอะๆ มาเป็นถาดๆเลย ยิ่งต้องดูกันละเอียดนิดนึงเลยค่าาาา

4. การดูรูปรีวิว

? 4. การดูรูปรีวิว
การดูรีวิว ดูแล้วฟินาเล่ จนเคลิ้ม อันนี้น่ากลัว รูปรีวิว แต่งได้ อันนี้ ไม่รู้รู้กันทุกคนมั้ย…ใครจะเอารีวิวไม่สวยมาโชว์ละ….
ราคาดี รีวิวเจ๋ง … จองเลยจ้าาาาา … อันนี้เสี่ยง … ใจง่ายไป ไม่ดีนะจ๊ะ … แล้วจะดูยังไง *** หลักการดูรูปรีวิว ***
? a.) ติดตาม ผลงานของเคสนั้นๆ ยาวๆ หลายๆเดือน หลังจากทำไปแล้ว ไม่ใช่มีแต่รูปสวย แต่ในรูปไม่แจ้งว่าทำ ผ่านมาแล้ว นานแค่ไหน เพราะการรัดแกน เมื่อนานๆไป จะทำให้พอมองเห็นคร่าวๆ ว่า ** คุณหมอท่านนั้น วางซิลิโคนชั้นไหน และ เหลายังไง *** ถ้าวางชั้นบนเยื่อหุ้ม พอนานๆไปจะเริ่มเห็นเป็นสันเป็นแท่ง เหมือนเอาปักกิ่ง เซียงไฮ้ มาวางใต้จมูกเรา สังเกตจากรีวิว ช่วง 3-6 เดือน ขึ้นไป จะดีมากๆ
.
แต่..ถ้านานๆไปยังไง ก็ยังดูสวย เนียนตา  ดูธรรมชาติมากๆ อันนี้ เริ่มสบายใจได้เลย
.
? b.) รีวิว ของคุณหมอท่านนั้น มีเยอะมากน้อยแค่ไหน บางที่ บางแห่ง มีคุณหมอศัลยแพทย์หลายท่าน เอารีวิวมารวมๆกันไว้ ดูเหมือนเยอะ เลยน่าไว้ใจ ให้เช็คดีๆ ว่าเป็นของคุณหมอท่านไหน …แล้วไล่ดูเลย สไตล์ของคุณหมอท่านนั้น จะออกมาทางผลงานรีวิวชัดเจน
.
? c.) ระวังเจอรูปแต่ง หรือ รูปที่พยายามปรับให้สวยๆ หลักๆ คือ ให้ดูว่ารูปนั้น ถ่ายส่ง มาจาก เจ้าของเคสเองเลย หรือว่า ช่างภาพที่ไหนถ่ายให้ หลักการตลาด มันมีอยู่ … คนไม่รู้ ก็มีเยอะ เอาคนหน้าตาดีๆ มาทำฟรีๆ ทำราคาพิเศษ เพื่อเรียกความสนใจ อันนี้ต้องรู้ทัน
.
เดี๋ยวนี้ การดูรีวิว ง่ายขึ้นอีก ถ้ายิ่งมีวีดีโอคลิป จะยิ่งเห็นชัดขึ้นมากกว่ารูปอีกนะคะ
.
ที่สำคัญ หารีวิว เคสที่ทำไปแล้ว มากกว่า 6 เดือน ได้จะดีที่สุดคะ เพราะอย่างที่แจ้งไปข้อแรกๆ บางเทคนิค สวย100เมตร ไม่ใช่สวยมาราธอน สวยแค่แป๊บๆ ผ่านไปอีกแป๊บ อ้าว สวยหายไปไหน

5. การรับประกัน

? 5. การรับประกัน
อันนี้ก็ค่อนข้างช่วยกรองได้เยอะเลยทีเดียวนะคะ เพราะมันจะล้อไปกับเทคนิคการวางซิลิโคนและความตั้งใจของแพทย์กับคลินิกนั้นๆ ค่อนข้างมาก
.
ถ้าวางซิลิโคน “บน” ชั้นเยื่อหุ้ม หรือ/และ เหลาซิลิโคนแบบขอไปที ส่วนใหญ่แล้วจะรับประกันไม่กี่เดือน ” 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน เป็นต้น ” (6 เดือนนี่ถือว่าเยอะมากแล้วในกรณีนี้)  เพราะอะไรล่ะ … เพราะเค้าก็รู้กันว่า …เวลาเนื้อจมูกรัดแกนแล้ว มีโอกาสค่อนข้างมาก ถึงมากที่สุด ที่ซิลิโคนจะเบี้ยว เอียง ไม่ติด ไม่ล็อกได้
.
ที่ๆ สามารถรับประกันได้เป็น *** ปีๆ อันนี้ เท่าที่รู้มา ส่วนใหญ่ ศัลยแพทย์ท่านนั้นใช้การวางซิลิโคน “ใต้” ชั้นเยื่อหุ้ม
ยิ่งถ้าศัลยแพทย์ท่านนั้น เหลาซิลิโคนได้พอดีกับพื้นฐานเดิมมากๆ ยิ่งกล้ารับประกันได้มากขึ้นไปอีก
** เรียกว่า ทำทีเดียว … จบ ****
.
 แล้วปกติจะมีรับประกัน อะไรบ้าง 
+++ เรื่องที่ทางศัลยแพทย์ ส่วนใหญ่รับประกัน ได้แก่ +++
.
— ซิลิโคนเบื้ยว เอียง ทะลุ อันนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานโครงสร้างกระดูกจมูกเดิมด้วย ว่าตรงดีมั้ย
ซึ่งแพทย์จะแจ้งให้ทราบก่อนอยู่แล้ว ที่เหลือคือการเหลาซิลิโคน และการวางซิลิโคนในชั้นใต้เยื่อหุ้มของศัลยแพทย์
ว่าทำได้ถูกต้อง ตั้งใจ ละเอียด ประณีต แค่ไหน
.
 ส่วนเรื่องที่ “ไม่” ค่อยรับประกัน เพราะมีหลายปัจจัย ทำให้รับประกันไม่ได้ เช่น 
.
— > การอักเสบ
… เนื่องจาก เป็นเรื่องการดูแลหลังการเสริมจมูกเป็นส่วนใหญ่ จมูกอยู่กับศัลยแพทย์ ไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง
แต่กลับไปบ้าน ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ว่าดูแลตามที่แนะนำเคร่งครัดมากแค่ไหน
… ถ้าเกิดอักเสบหลังทำไป แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ ของท่านโดยด่วนที่สุด ไม่ใช่ไปถามเพื่อนตัวเอง หรือ ไปทำตามคำแนะนำในการดูแลหลังทำ จากแพทย์ท่านอื่นแทนนะคะ
… บอกเลย..พลาดและ เพราะเราแน่ใจได้ยังไงว่า เค้าทำเทคนิคแบบเดียวกัน จำนวนเคสที่แต่ละคลินิก ดูแลก็ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น ให้เชื่อถือข้อมูลของคุณหมอที่ทำให้ จะดีกว่านะคะ
.
— > รูปทรง
… เนื่องจาก ขึ้นอยู่กับเนื้อจมูก ทรงโครงสร้างพื้นฐานเดิมของเจ้าตัว แพทย์หลายท่านจะเน้นปลอดภัยๆไว้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา เนื้อจมูกรับไม่ไหวในภายหลัง แล้วเกิดการเสี่ยงทะลุของซิลิโคนได้ แต่ แต่ แต่ … แพทย์บางท่าน ก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้ไว้เลย เน้นทรงตามที่เราต้องการได้หมด แต่นานๆไป เนื้อจมูกบาง ใสแจ๋วแหว๋ว มากขึ้น มากขึ้น .
… ดังนั้น คุยกับแพทย์ให้เข้าใจให้ตรงกัน ก่อนผ่า ก่อนเสริม ถ้ายังไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งทำเลย จะมานอยด์ทีหลังเปล่าๆ
แต่ถ้าโอเค ตกลงเห็นพ้องต้องกัน ก็ลุยเลย !!

แล้วที่ ดีมอร์ คลินิก  ละ คุณหมอตุ๊ก ปาลิดา นาคีศิริ เค้าทำยังไงกัน

? 1. วางซิลิโคน ชั้น “ใต้” เยื้อหุ้มกระดูกจมูก คุณหมอตุ๊ก วางได้ทั้ง 2 แบบ เลยรู้ว่า แบบไหน ดีกับคนที่มาทำ และดีกับตัวคุณหมอเอง ที่ไม่ต้องมาเจอปัญหาภายหลังด้วย

? 2. เหลาซิลิโคน เคส ต่อ เคส โดยใช้ ซิลิโคนอเมริกา เกรด Implant Grade เพื่อระยะยาว เหลาแต่ละเคสเป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมง เพราะเน้นทั้งเรื่องทรงเนียน เป็นธรรมชาติ เรื่องการล็อกเข้ากับฐานกระดูกเดิม และเรื่องแรงตึงในจุดต่างๆ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการที่เนื้อจมูกรับไม่ไหว ในระยะยาว ..บางเคส ไม่ถูกใจ เหลาใหม่ ไม่สวยโดนใจคุณหมอ
*** ก็ไม่ปล่อยให้ออกมาพบชาวโลก ***

 3. ซิลิโคนที่ใช้ เป็น Implant Grade จากอเมริกา  รับจาก บริษัทผู้ผลิตโดยตรง สบายใจคุณหมอตุ๊ก
เพราะคุณหมอตุ๊ก เป็นเจ้าของคลินิกเองด้วยคะ “Implant Grade ดียังไง เป็นเกรดที่ได้รับการรับรองว่า สามารถอยู่ในร่างกายคนได้ในระยะยาว โดยไม่มีสารก่อมะเร็ง”
.
… คุณหมอเลือกใช้ Implant Grade ทรงตั๊กแตน Mantis เป็นทรงเริ่มต้นการเหลาเป็น Mantis แท้ จากบริษัท ขอย้ำอีกที ว่า “แท้” ไม่ใช้ทรงก็อปปี้ ล้านเปอร์ นะคะ
Mantis แท้จากบริษัท ใช้ซิลิโคนจากอเมริกา Implant Grade ผ่านมาตรฐาน US FDA แน่นอน ….. เรา เลย ไว้ใจ …. เพราะบริษัท มีตัวตนชัดเจน
.
>> มีหลายที่ ก็ใช้ Mantis แท้ ทรงเดียวกันกับคุณหมอตุ๊ก  … แล้วทำไม ??? ทรงออกมาไม่เหมือนกันเลย <<
…… ก็ต่างกันที่ การออกแบบ และ การเหลาซิลิโคน นี่เอง!!!! ….. หลายคน พูดว่า
+++ ตั๊กแตน เหมือนกัน แต่ ไม่เหมือนกัน ++++
? 4. รูปในอัลบั้มรีวิวเสริมจมูก เป็นของคุณหมอตุ๊กเอง ทุกเคส  และรูปถูกส่งมาจากเจ้าของเคส โดยไม่นำมาปรับแต่งรูปทรงจมูกเพิ่มเติม 100%
.
ถ้าติดตามเข้าไปดูในเพจ จะเริ่มเห็น วีดีโอคลิปรีวิว มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วด้วยนะคะ
.
ขอสัญญา ว่าจะขยันๆ นำคลิปมาลงให้มากขึ้นเรื่อยๆ นะคะ

? 5. การรับประกันสูงสุดถึง 3 ปี ในเรื่องเบี้ยว เอียง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโปรโมชั่น สามารถติดต่อสอบถามเงื่อนไข ได้ทางเพจคลินิก นะคะ

***** เพราะเรารู้ว่า มี 3 สิ่ง ที่ ความมืด ปิดไม่ได้ *****
*** ? พระอาทิตย์ ? พระจันทร์ และ ความจริง ***

ดูรีวิวเพิ่มเติม : http://bit.ly/dmorreviewrhinoplasty

> สไตล์การออกแบบของคุณหมอตุ๊ก ปาลิดา ดูดี รับกับใบหน้า แลดูธรรมชาติ<<

ไม่ใช่แค่ตามกระแสนิยม ที่เน้นโด่ง พุ่ง อย่างเดียว หรือ ขายซิลิโคน นิ่มบิดได้ 800 ตลบ กันแค่นั้นนะคะ การเสริมจมูกเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมากๆ 
.
นอกเหนือจากการวางซิลิโคนชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก การเหลาซิลิโคนที่ประณีต “เคสต่อเคส” บวกกับการเหลาแบบแนบเนียน ไปกับกระดูกจมูก และมีการวัดแรงตึงซิลิโคนหลายจุด เพื่อลดความเสี่ยงในการทะลุในภายหน้าแล้ว การออกแบบทรงที่ “ให้เข้ากันกับใบหน้า แลดูธรรมชาติ เหมือนเกิดมาแบบนี้เลย” นี่เป็นอะไรที่เฉพาะตัว และอาศัยใจรักที่อยากจะทำให้แต่ละเคสสวยหล่อ แบบเท่าที่จะทำให้ได้ แต่ละเคสใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง (ไม่ใช่ 10-20 นาทีเสร็จนะคะ)  #SignatureNoseByDrTook ?

 ตอนทำ เจ็บมั้ย 
ทางดีมอร์ คลินิก จะใช้การฉีดยาชาเฉพาะจุดก่อน  ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บหลังจากนั้นไปเยอะมากๆ  ถ้าจะเจ็บก็เจ็บตอนฉีดยาชานี่เองแหละคะ  หลังจากนั้น ก็จะไม่รู้สึกเจ็บแล้ว  และยังรู้สึกตัวอยู่ด้วย  มีหลายท่านที่ทำมาจากที่อื่น แล้วมาแก้  บอกเทียบว่า คุณหมอ มือเบามากกกกกกกก….กกกกกก

ปล.เจ็บมากน้อย ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความทน ของแต่ละบุคคล ด้วยนะคะ และยังขึ้นอยู่กับ “ความกลัวเข็ม” ของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ (บางคน คุณหมอ ลองเอาคัตตอนบัต โดนผิวแทนเข็ม ยังร้องเลยนะคะ อันนี้เค้าเรียกว่า กลัวนะคะ ไม่ใช่เจ็บ)

 หลังทำ จะบวมนานแค่ไหน 
เทคนิคที่คุณหมอตุ๊กใช้ คือ การวางซิลิโคน “ใต้” เยื่อหุ้มกระดูก ดังนั้น จะบวมมากๆ ช่วงอาทิตย์แรก แล้วก็จะยุบบวมลงเรื่อยๆ

… 3 เดือน เริ่มเห็นทรงสวย
… 6 เดือน เริ่มเข้าที่ เข้าทาง
… 1 – 2 ปี เนื้อจมูกรัดแกนเต็มที่
ทรงจมูกค่อนข้างจะไม่เปลี่ยนแล้ว และ…ก็ขึ้นกับการดูแลหลังการทำไปด้วย
… 3 วันแรก ประคบเย็นมากๆ แก้มข้างๆ จมูก และ หน้าผาก
… 14 วันแรก ทานยาตามแพทย์สั่ง
… ครบ 14 วัน มาตัดไหม
… 1 เดือนแรก ทานน้ำมะพร้าวสดจากลูกวันละ 2-3 ลูก ช่วยลดบวมดีมาก
*** ปล. ใบบัวบก ไม่ได้ช่วยลดบวม แต่ช่วยเรื่อง อาการเชียวช้ำ นะคะ ***
… 3 – 6 เดือนแรก ไม่ควรไปจับจมูกเล่นบ่อย
โดยเฉพาะแถวบริเวณรูจมูก เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ถ้ามีอาการเหมือนจะมี น้ำมูก รีบๆๆๆ หายามาทานดักไว้ก่อนเลย
พยายามไม่ให้มีน้ำมูก หรือเอาอะไรเข้าไปในรูจมูก
… 1-2 ปีแรก อย่าไปโยกจมูกเล่น
ถึงแม้จะมีเยื่อหุ้มช่วยรัดซิลิโคนอยู่ก็ตาม
แต่ถ้าโยกหรือโดนอะไรแรงๆ ก็อาจจะทำให้เยื่อหุ้มขาดได
+++ สรุป ดูแลดีๆ อย่าเพิ่งคึกคัก เพราะความสวย หลังเสริมจมูกไป นะคะ +++
 ? เรื่องลับๆ ในห้องผ่าตัด ที่ ดีมอร์ คลินิก? 
1. ไม่มี นาฬิกา 
… เพราะเวลาเป็นตัวจำกัดความตั้งใจ
… คุณหมอไม่รีบ เน้นสวย เน้นคุณภาพ
ไม่เน้นรีบทำเสร็จ แล้วรับเคสได้เยอะๆ ได้เงินเยอะๆ
เพราะเน้นระยะยาวววววววววว.….ววววววว คะ
2. ไม่ใช้ยาสลบ 
… เพื่อความปลอดภัยของทุกท่านที่ทำเอง เพราะบางท่านอาจจะแพ้ยาได้
ทำจมูก เป็นผ่าตัดเล็ก นะคะ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ถ้าเจอแพทย์ที่ถูกคน ก็สบายใจไป ลอยตัว
แต่…อย่าไปลองผิดลองถูกละ จมูกเรา ไม่ใช่จมูกใครนะ
3. ผ้าคลุมหน้าตอนผ่าตัด 
… เปิดกว้าง เห็นทั้งหน้า
บางคนบ่น แสงแยงตา แสงจ้า จังเลยค่ะ
ปิดไฟได้มั้ยค่ะ…เอ้ยย ผ้าปิดตาได้มั้ยค่ะ
… เพราะคุณหมอต้องดีไซน์ ออกแบบให้เข้ากับหน้าทั้งหน้า 
ไม่ใช่ผ้าเจาะเห็นแค่จมูกโผล่ออกมา แล้วทำแค่จมูก
เปิดผ้าออกมา จมูกไปทาง หน้าไปทาง แปลกไปเลย
4. ไม่ติดเทปที่จมูกหลังทำ ?
… ในเคสเสริมใหม่ และ พื้นฐานปกติดี
…เรียกว่า มั่นใจฮะ เพราะวางซิลิโคนถูกชั้น และ เหลาแนบกับฐานกระดูกให้อย่างดี
เคสที่จะติดเทป ก็เฉพาะเคสที่ฐานกระดูกเดิม มีปุ่มกระดูกซ้ายขวา พอสมควร หรือ
กรณีเคสแก้จมูก เพราะมีเรื่องผังผืดของที่เกิดมาจากเสริมครั้งก่อนหน้า
ทำให้ต้องติดเทปล็อกไว้อีกชั้น กันผังผืดมันรีบมาเหนี่ยวรั้งไปก่อน
5. มีอีกเยอะ คุณต้องมาสัมผัสเอง 
… แล้วคุณจะรู้ว่า จมูกคุณ มีค่ามากแค่ไหน ….
 Signature Nose by Dr.Took 
*** เอกลักษณ์ของจมูก เอกลักษณ์ของคุณ***


.
? เสริมจมูกสวยเนียน..ของจริง ดูกันที่ข้อมูล วัดกันที่ตัวเลข
? …ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนมากมาย กว่า 30 ประเทศ ที่เลือกและเจาะจง มาหา คุณหมอตุ๊ก เท่านั้น
.
นอกจากจะมีท่านที่เดินทางมาจากทั่วประเทศไทย
เพื่อมาเสริมจมูก และ แก้จมูก กับคุณหมอตุ๊ก (แพทย์หญิง ปาลิดา นาคีศิริ)
ก็ยังมีที่เดินทางมาจาก ต่างประเทศ กันอีกมากมาย
(ทั้งคนไทยในต่างประเทศและคนต่างชาติ)
.
ยังไงทางดีมอร์ คลินิก ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ไว้วางใจดีมอร์ คลินิก และคุณหมอตุ๊ก มากๆ เลยนะคะ
.
สวยอย่างเนียนๆเป็นเรื่องเฉพาะ
…เลยต้องเจาะจงมาหาคุณหมอตุ๊ก ที่ดีมอร์ คลินิก
.
No Agency 100% No หน้าม้า No Net Idol
ทางดีมอร์คลินิก ยังไม่มี ตัวแทน หาลูกค้าส่งมานะคะ
จะมีแต่ที่ทำไปแล้วไปบอกต่อเพื่อนๆ ที่ประเทศนั้นๆนะคะ
…ส่วนงบที่จะให้ไปเชิญหน้าม้า หรือ คนดังที่ไหนมาทำฟรี
หรือราคาพิเศษ คุณหมอยังไม่มีให้เช่นกันนะคะ

เรามาดูกันบางส่วน ว่า มีมาจากประเทศอะไรกันบ้างนะคะ

 อเมริกา  แคนาดา
 อังกฤษ  เยอรมัน
 ฟินแลนด์  เนเธอแลนด์
 นอร์เวย์  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
 ฝรั่งเศส  สวีเดน
 ออสเตรเลีย  มาเลเซีย
 เกาหลีใต้  สิงคโปร์
 พม่า ไต้หวัน
 กัมพูชา  อินเดีย
 ญี่ปุ่น  ลาว
 จีน ?? ฮ่องกง

? …ภายในรอบหลายปีที่ผ่านมา เคสที่เคยเสริมจากที่อื่นมา แล้วมาแก้จมูกกับคุณหมอตุ๊ก ปาลิดา
หลักพันเคส นั้น เป็นการเสริมแบบ วางซิลิโคนชั้น”บน”เยื่อหุ้มกระดูก
… กันเป็นซะส่วนใหญ่เลยทีเดียว …

ปัญหาที่ทำให้ต้องมาแก้ไขจมูก ส่วนใหญ่ ไม่ใช่เรื่องรูปทรง
แต่เป็นเรื่องของ การที่เบี้ยว เอียง เห็นเป็นสัน เป็นแท่ง ชัดเจน
รวมทั้ง ที่บางจนเกือบทะลุ

ซึ่งเคสที่วาง “บน” เยื่อหุ้มมานั้น คุณหมอตุ๊กบอกว่า
จะต้องเคลียร์เรื่องผังผืดละเอียดๆ เลยทีเดียว
เพราะไม่งั้นอาจจะส่งผลภายหลังได้

ดังนั้น ระวังเพื่อน หรือ เซลล์ หรือ กูรู กูรู้ กูไม่รู้ กูเดาเอา กูคิดเอง ทั้งหลายที่ชอบบอกว่า
… มันเหมือนๆ กัน นั่นแหละ … ให้ดีๆ นะคะ ? จมูกเรา ไม่ใช่จมูกเค้า

? เพราะเราไม่เคยไกลกัน ถ้าเข้าใจข้อมูลเรื่องเสริมจมูก อย่างลึกซึ้งและดีพอ นะคะ ?

เพิ่มเพื่อน @dmorclinic

Hot Line : 091-912-5000
Add Line : @dmorclinic
Facebook : dmorclinic
Website : www.dmorclinic.com

แสดงความคิดเห็น