Project Description

RHINOPLASTY

Lip Surgery / Lip Reduction

ศัลยกรรมเสริมจมูก (Rhinoplasty) ที่ ดีมอร์ คลินิก Dmor Clinic

ดียังไงเพราะเราเชื่อว่า คุณดูดีได้อีก…เสริมจมูก สันสวย หน้ามีมิติ ปลายหยดน้ำ เสริมโหงวเฮ้งโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางวางซิลิโคนใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อความปลอดภัยป้องกันการเคลื่อนตัวได้ของซิลิโคน และยังทำให้เสริมแล้ว ดูเนียนเป็นธรรมชาติไม่เป็นสันเป็นแท่งลอยขึ้นมา

ศัลยกรรมเสริมจมูก

จมูกเป็นจุดสำคัญของรูปหน้า ลองสังเกตดูถ้าจมูกสวย ได้รูป ส่วนใหญ่แล้วใบหน้านั้นก็จะสวยไปด้วย ด้วยเหตุนี้หลายๆ คนจึงอยากจะเสริมจมูกให้ได้รูปสวยงาม รับกับใบหน้า หลายๆคน อยากมีจมูกสวยด้วยการไปเสริมจมูก การผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เป็นวิธีที่แพร่หลายและนิยมทำกัน เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ การผ่าตัดสามารถทำได้ โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ เลือกที่จะเหลาซิลิโคนให้ได้รูปตามที่ต้องการ ซึ่งขึ้นกับใบหน้าและเนื้อจมูกเดิมของแต่ละคน เมื่อผ่าตัดใส่แท่งซิลิโคนไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม

ซิลิโคนแท่ง (Silicone) ที่ใช้ในวงการแพทย์ (Medical grade) จะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถรับและห่อหุ้มแท่งซิลิโคนให้ยึดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ดี โดยแท่งซิลิโคนจะถูกยึดติดกับกระดูกและเยื่อหุ้ม กระดูกจมูก และมีความคงทน ขนาด และรูปร่างของแท่งซิลิโคนที่ใช้ควรเลือกโดยคำนึงถึงความหนาบางของผิวหนังบริเวณจมูก ซึ่งมีผลกับความยืดหยุ่นหลังจากใส่ซิลิโคนแล้ว หากมีความตึงมากจนเกินไปอาจจะเกิดปัญหาเห็นเป็นแท่งชัด (ลักษณะเห็นผิวใส ๆ เหมือนเห็นแท่งด้านใน) หรือทะลุออกมานอกผิวหนังได้

สัดส่วนของจมูกที่สวยงามและสมบูรณ์แบบ

  • ความยาวของจมูกที่ แบ่งเป็น 1/3 ส่วนของใบหน้า(ทั้งสามส่วนต้องเท่ากัน)จาก ไรผมถึงส่วนหว่างคิ้ว หว่างคิ้วถึงปลายจมูก(ความยาวของจมูก)ปลายจมูก ถึงปลาย คาง
  • ส่วนความกว้างของจมูก แบ่งเป็นสวนของความกว้างใบหน้าโดยขอบปีกจมูกถึงขอบปีกจมูกอีกข้างควรจะเท่ากับระยะระหว่างหัวตาสองข้าง คือลากเส้นจากหัวตาลงมา ถ้าหาก ปีกจมูก ล้ำเกินเส้นนี้ถือว่ามีความกว้างของจมูกมากเกินไป การพิจารณาส่วนนี้เป็นการดูว่าปีกจมูกนั้นกว้างหรือไม่
  • ความชัน ของ จมูก หรือ โด่งของ จมูก การตรวจสอบโดยการดูจาก มุมของ สันจมูกกับ แนวของ ใบหน้า ควรจะมีมุมเฉียง 36-40 องศา จึงจะได้ความโด่งของจมูกที่พอเหมาะ หากจมูกคุณมีมุมที่ต่ำเกินไป จมูกจะต่ำเกินไปหรือไม่ค่อยมีดั้ง และถ้ามุมกว้างกว่าค่าปกติ จมูก ก็จะดูโด่งเกินกว่าจะสวยงาม
  • มุมเงยของจมูก หรือความเชิดของปลายจมูก สังเกตได้จาก แนวกลางของรูจมูก ทำมุมกับ แนว ริมฝีปากบน ควรจะมีมุมอยู่ระหว่าง 90-95 องศา ถ้ามุมมากเกินไปจะทำดูเห็นรูจมูกเปิดมากเหมือนจมูกหมู และถ้าน้อยเกินไปจะมีลักษณะจมูกงุ้มเหมือนแม่มด

การเตรียมตัวก่อนทำการศัลยกรรมเสริมจมูก

  1. หากใช้ยาจำพวกแอสไพรินหรือวิตามินอี ควรหยุดยาล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการประมาณ 2 สัปดาห์
  2. ถ้ามีโรคประจำตัว หรือ แพ้ยาชนิดใด ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
  3. ไม่แต่งหน้ามากจนเกินไปก่อนมาผ่าตัดทำศัลยกรรมเสริมจมูก
  4. งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
Lip Surgery / Lip Reduction

ขั้นตอนการทำศัลยกรรมเสริมจมูก

แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณจมูก หลังจากนั้นแพทย์จะนำแท่งซิลิโคนซึ่งได้ตกแต่งและทำรูปร่างให้เรียบร้อยมาใส่ที่สันจมูก โดยแผลที่ผ่าตัดจะมีความยาวประมาณ 1 ซม. บริเวณขอบรูจมูกอาจจะเป็นข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้ตามแต่ความถนัดของแพทย์ จากนั้นจะมีการผ่าตัดสร้างช่องว่าง (Pocket) ที่ สันจมูก ใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูกให้สามารถใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้ได้ เมื่อใส่เข้าไปก็ตรวจสอบความเรียบร้อย เย็บปิดแผล ปิดพลาสเตอร์ หรือเฝือกจมูกเพื่อช่วยป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวม การผ่าตัดทั้งหมด แพทย์ใช้เวลาเพียง 30 – 45 นาที หลังการผ่าตัดให้นอนพักประมาณ 1 ชม. เพื่อประคบผ้าเย็น และให้หมดฤทธิ์ยานอนหลับ แล้วคุณก็สามารถกลับบ้านได้ แพทย์จะนัดมาตัดไหม 14 วันหลังการผ่าตัด โดยทั่วไปจมูก จะยุบบวมและเข้าที่ประมาณ 1 – 3 เดือน ดังนั้นต้องระมัดระวังพอสมควรเรื่องการโดนกระแทก

การดูแลหลังการทำศัลยกรรมเสริมจมูก

  1. ประคบเย็นทันที หลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48-72 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง
  2. นอนยกหัวสูง หรือนั่งหลับ 2 สัปดาห์แรกหลังศัลยกรรมเสริมจมุก
  3. ห้ามแผลผ่าตัดในรูจมูกโดนน้ำ 14 วัน (กรณีที่มีการผ่าตัดกระดูกอ่อนหลังหูด้วย ห้ามแผลหลังหูโดนน้ำ 14 วัน) ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 14 วันแรกให้ใช้กระดาษซับมัน หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งบริเวณดั้งจมูก
  4. ทานยาที่แพทย์สั่ง อย่างเคร่งครัด
  5. หากมีเลือดซึมหรือน้ำเหลืองซึม ให้ใช้คัตตอนบัดซับเบาๆ บริเวณด้านนอกรูจมูกเท่านั้น ห้ามเช็ดหรือถูด้านในรูจมูกโดยเด็ดขาด แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี ส่วนอาการเจ็บปวดบริเวณแผลในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกเป็นอาการปกติ อาจเกิดขึ้นได้ในบางราย
  6. ต้องมาพบแพทย์ตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง
  7. ห้ามคาดเดารูปทรงในช่วง 1-6 เดือนแรก จะทำให้คนไข้เกิดอาการวิตกกังวลในรูปทรง เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ยังมีอาการบวมอยู่
  8. งดทานแอลกอฮอล์และของหมักดอง ประมาณ 1 เดือน รวมทั้งงดการสูบบุหรี่ด้วย
  9. ใช้การทานน้ำมะพร้าวสดจากลูก วันละ 3-4 ลูก เพื่อช่วยให้อาการบวมยุบได้ดีขึ้น
แสดงความคิดเห็น